Leading Indicators (Oscillators)
Oscillator คือ การแกว่งตัว เป็นเครื่องมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวที่เคลื่อนย้ายไปมาระหว่างจุดสองจุด อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นเครื่องมือที่จะวิ่งไปตกอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งระหว่างจุด A และ จุด B ลองนึกภาพเวลาคุณเปิดพัดลม แล้วกดที่สวิสเพื่อให้พัดลมส่ายหน้าไปมา
ทีนี้ลองมานึกถึง Indicators ซึ่งจะให้สัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งคือ เปิด หรือ ปิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Oscillator ที่ปรกติจะให้สัญญาณว่าจะต้อง บาย หรือ เซล มีข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือกรณีที่เมื่อ Oscillator ไม่ได้อยู่ตรงช่วงท้ายสุดของรอบการซื้อหรือการขาย
Stochastic, Parabolic SAR, และ Relative Strength Index (RSI) ต่างก็เป็น Oscilltors ซึ่ง แต่ละตัวต่างถูกออกแบบมาเพื่อส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของการกลับตัวของราคา ซึ่งแนวโน้มก่อนหน้าได้วิ่งมาถึงระดับราคาที่พร้อมจะมีการเปลี่ยนทิศทาง
ลองมาดูตัวอย่างกันซักสองสามตัวอย่าง เราได้ใส่ Oscillators ทั้ง 3 อย่างไปในกราฟ GBP/USD ด้านล่าง เราจะเห็นว่าสัญญาณจากทั้ง 3 ตัวชี้วัดส่งสัญญาณบายในช่วงปลายเดือนธันวาคม และการเทรดครั้งนั้นจะได้กำไรประมาณ 400 จุด
จากนั้นในช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคม Stochastic , Parabolic SAR และ RSI ต่างก็ให้สัญญาณขาย และเป็นอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาสามเดือนหลังจากนั้น ถ้าคุณได้เซลในครั้งนี้คุณก็จะได้กำไรก้อนโต และต่อมาประมาณกาลางเดือนเมษายน Oscillators ทั้งสาม ก็ให้สัญญาณเซลอีกครั้ง หลังจากที่ราคามีการดีดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว นี่คือตัวอย่างการให้สัญญาณที่ถูกต้องของทั้งสาม Oscillators
ทีนี้เรามาดูการให้สัญญาณที่ผิดพลาดของกันบ้าง เพื่อให้คุณตระหนักไว้ว่าสัญญาณจาก Oscillators เหล่านี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป ตามภาพกราฟตัวอย่างด้านล่าง เราจะเห็นได้ว่าตัวชี้วัดสามารถให้สัญญาณที่ขัดแย้งกันได้ อย่างเช่น Parabolic SAR ให้สัญญาณเซลในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ในขณะที่ Stochastic ให้เห็นสัญญาณที่ตรงข้าม แล้วทีนี้เราจะเชื่อสัญญาณไหนดีล่ะ? และ RSI ก็ดูเหมือนจะลังเลอยู่ เพราะมันไม่ได้ให้สัญญาณบาย หรือ เซลในเวลานั้นเลย
จากภาพตัวอย่างด้านบน คุณเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีการเกิดสัญญาณหลอกเกิดขึ้นเยอะมาก ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายน ทั้ง Stochastic และ RSI ให้สัญญาณเซลในขณะที่ Parabolic SAR ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ราคาได้ปรับตัวขึ้นจากตรงนั้นอีกระยะหนึ่ง และคุณอาจจะขาดทุนอยู่ช่วงหนึ่งในตอนนั้นถ้าคุรตัดสินใจเซลตั้งแต่เมื่อเห็นสัญญาณ และคุณอาจจะขาดทุนอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ถ้าคุณเข้าออเดอร์ตามสัญญาณบายจาก Stochastic และ RSI โดยที่ไม่สนใจสัญญาณขายจาก Parabolic SAR
จากตัวอย่างดังกล่าวเป็นการรวมตัวเป็นเซทของ Indicators ที่ดีหรือไม่นั้น คำตอบอยู่ที่วิธีการคำณวนและวิเคราะห์ของแต่ละคน
Stochastic มีหลักการทำงานที่ขึ้นอยู่กับช่วง สูง-ต่ำของช่วงเวลา (ในกรณีนี้เป็นกราฟรายชั่วโมง) ส่วน RSI จะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อจากราคาปิดหนึ่งไปยังราคาปิดต่อไป (แท่งต่อแท่ง) และ Parabolic SAR มีการคำนวณเฉพาะของตัวเองที่สามารถก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นได้
และนั่นก็เป็นธรรมชาติของ Oscillators พวกมันจะคิดว่าการเคลื่อนไหวของราคาโดยเฉพาะเจาะจงจะเป็นการกลับตัวเสมอ ซึ่งดูเหมือนว่า Oscillators ของเราจะคิดเอาแต่ได้ไปหน่อย :)
และในขณะที่เรารู้ถึงเหตุผลที่ว่าทำไม Leading indicator อาจจะให้สัญญาณที่ผิดพลาดได้ในบางครั้ง โดยที่เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงมันได้ และถ้าคุณได้รับสัญญาณที่ขัดแย้งกันของ Oscillators ก็จะเป็นการดีกว่าถ้าคุณอยู่เฉยๆ ดีกว่าที่จะเดาสุ่ม ถ้าราคาในกราฟไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของคุณแล้วก็จงอย่าฝืนเทรด !!!
ขอบคุณบทความจาก : http://tradding2onlinemoney.blogspot.com